fbpx

ตื่นมาแล้วปวดหัวบ่อยๆ ปวดไมเกรน อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยกับกลุ่มคนทำงานที่มักจะต้องเผชิญกับปัญหาความเครียดจากการทำงานและนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ จนกลายเป็นอาการป่วยเรื้อรังที่ส่งผลให้รู้สึกบั่นทอนจิตใจและร่างกาย วันนี้เราจะมาพูดถึงอาการปวดหัวไมเกรนจากความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอกันค่ะ

ปวดไมเกรน สาเหตุของโรคไมเกรน

โรคไมเกรนเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเกิดของโรคได้อย่างแน่ชัด โดยเป็นอาการที่อาจเกิดจากความผิดปกติที่ระดับสารเคมีในสมอง การสื่อกระแสในสมอง หรือการทำงานที่ผิดปกติไปของหลอดเลือดสมองก็ได้ โดยโรคนี้มีโอกาสจะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงานมากกว่ากลุ่มอื่น อาการของโรคคือมักจะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว (บางรายอาจจะปวดทั้งสองข้าง) บริเวณขมับ และอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

พฤติกรรมที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรน

  • เข้านอนไม่ค่อยตรงเวลา มีอาการนอนไม่หลับ หรือนอนดึกเป็นประจำ

  • อดนอน พักผ่อนน้อย พักผ่อนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน

  • รับประทานอาหารไม่ตรงเวลาหรือทานอาหารสำเร็จรูป อาหารจานด่วนบ่อยๆ

  • ทำงานโดยการจ้องคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

  • เครียดสะสม คิดมาก วิตกกังวล ความคิดฟุ้งซ่าน

  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ คุณกำลังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ 

วิธีหลีกเลี่ยงอาการปวดไมเกรน

1.ควรลดอาการเครียด

ความเครียด ความกังวลอาการนี้มักเกิดในกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาและวัยทำงาน เพราะต้องรับแรงกดดันหลายอย่างจากการเรียนและการทำงาน จึงทำให้มักจะเกิดอาการเครียดสะสมได้ง่ายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดอาหารปวดหัวไมเกรนกำเริบขึ้นมาได้ง่าย

2.ทานข้าวให้ตรงเวลา

หลายคนอาจจะคิดว่า การทานข้าวให้ครบ 3 มื้อและตรงเวลาทุกมื้อนั้นเป็นเรื่องเล็กไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่ความจริงแล้วการทานข้าวไม่ครบมื้อและทานไม่ตรงเวลานั้น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคไมเกรนได้ง่าย เนื่องจากจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเกินไป ส่งผลให้อาการปวดหัวไมเกรนกำเริบขึ้นได้

3.งดทานอาหารสำเร็จรูป

ในอาหารสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เบคอน ไส้กรอก ฯลฯ นั้นเต็มไปด้วย “ผงชูรส” ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่มักทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน นกจากนี้การทานอาหารสำเร็จรูปบ่อยๆ ก็มักจะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น โรคอ้วน โรคความดันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และยังไม่เหมาะกับผู้ที่ลดน้ำหนักอีกด้วยเพราะอาหารสำเร็จรูปมีโซเดียมสูงเมื่อทานบ่อยๆ ทำให้ให้บวมน้ำ

4.หลีกเลี่ยงกาแฟ-เครื่องดื่มคาเฟอีน

หนุ่มๆ สาวๆ ชาวออฟฟิตอาจจะมีกาแฟต่างๆ เป็นเครื่องดื่มประจำตัว เนื่องจากทำให้รู้สึกสดชื่น กะปรี้กะเปร่า สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กาแฟนั้นเต็มไปด้วยคาเฟอีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาเฟอีนนั้นเข้าไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวจากไมเกรน

แต่หากคุณเป็นคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำนั้นไม่ควรที่จะเลิกดื่มทันที แต่ควรจะค่อยๆ ดื่มให้น้อยลง เพราะหากหยุดดื่มกระทันหันก็จะทำให้อาการปวดหัวกำเรบได้เช่นกัน ควรจะค่อยๆ ลดและจำกัดปริมาณในการดื่มให้ลดลงแทนค่ะ

5.ระมัดระวังแสงจ้า

แสงแดดจ้า ห้องที่ที่มีแสงสว่างมากเกินไป หรือการเปิดแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือโทรทัศน์นั้น สามารถทำให้อาการไมเกรนกำเริบได้เช่นกัน วิธีแก้ก็คือ ควรปรับแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือโทรทัศน์ให้สว่างพอดี หากต้องจ้องมองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรสวนแว่นตาที่มีเลนส์คุณสมบัติตัดแสงสีฟ้าถนอมสายตา

6.หลีกเลี่ยงจุดที่อาจจะทำให้ก่อเกิดอาการแพ้

โรคไมเกรนนั้นมักจะมีอาการภูมิแพ้ร่าวมด้วย เช่น แพ้กลิ่นน้ำหอม ดอกไม้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ควันบุหรี่ ฝุ่น ซึ่งเมื่อเกิดอาการแพ้ก็อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนขึ้นมาได้ ดังนั้นหากคุณเป้นคนที่มีอาการภูมิแพ้อยู่แล้วควรจะหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ก็จะช่วยลดอาการปวดหัวลงไป

7.งดการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

หลายคนมักจะพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยอาการนอนหลับ เนื่องจากทำให้นอนหลับง่าย แต่ความจริงแล้วการดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ก่อนนอนเป็นการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจากสมองไม่ได้รับการพักผ่อน และนอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์คล้ายกับยาขับปัสสาวะที่ทำให้ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยๆ ทำให้นอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆ ตื่นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่นและอาจจะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย

8.ปรับเวลานอน

อาการปดหัวจากไมเกรนส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากการนอนหลับไม่เพียงพอ พฤติกรรมอดนอน นอนน้อยและนอนหลับไม่สนิท ดังนั้นคุณควรปรับเวลานอนให้ไม่เกิน 22.00 น. โดยการเข้านอนในเวลาเดิมทุกวันเพื่อปรับให้ร่างกายคุ้นชินกับเวลานอนใหม่ และเมื่อถึงเวลาตื่นก็ควรจะลุกออกมาจากเตียงทันที ไม่ควรตั้งปลุกแล้วกดเลื่อนแล้วนอนต่อไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้ร่างกายสับสน เมื่อเข้านอน-ตื่นนอนตรงเวลาแล้ว ร่างกายก็จะได้รับการฟื้นฟูเต้มที่ อาการปวดหัวไมเกรนก็จะลดลงและไม่เกิดอาการกำเริบขึ้นมาอีก

9.ห้ามใช้ยานอนหลับและสารเมลานินสังเคราะห์

ทำไมถึงไม่ควรกินยานอนหลับ เพราะว่าถึงแม้ว่ายานอนหลับจะเป็นยาที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทให้ผ่อนคลาย ช่วยลดความตึงเครียดลง แต่เมื่อทานเข้าไปนานๆ ก็มักจะมีอาการดื้อยา จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในบางรายอาจจะเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดจนเสียชีวิตได้

ส่วนสารเมลาโทนินนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นฮอร์โมนที่สามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืน เมื่อร่างกายหลั่งสารขนิดนี้ออกมาจะทำให้สมองผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ทำให้นอนหลับสบายขึ้น จึงทำให้นิยมมาใช้ในยานอนหลับและอาหารเสริมช่วยให้หลับ แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้ง่วงนอนตอนกลางวัน หงุดหงิดง่าย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า และอาจจะส่งผลต่อการผลิตอสุจิให้น้อยลง ส่งผลให้มีลูกยาก

อย่างไรก็ตามการใช้ยานอนหลับนั้นมีความอันตรายและส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายผู้ใช้ได้ ดังนั้นผู้ใช้ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเองเด็ดขาด ควรจะปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้เท่านั้น

แต่หากท่านมีอาการนอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ ต้องการตัวช่วยสำหรับการนอนควรจะเลือกวิตามินที่สกัดจากสารธรรมชาติเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างสะสมในร่างกาย

 

ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

D’Nite ตัวช่วยให้นอนหลับสบาย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

หากคุณมีปัญหาเหล่านี้… ให้ D’Nite เป็นตัวช่วยเรื่องการนอนหลับของคุณสิคะ รับรองว่า ปัญหาการนอนไม่ค่อยหลับ กระสับกระส่าย นอนหลับไม่ค่อยสนิท นอนไม่พอ อ่อนเพลียตลอดทั้งวัน มีปัญหาหนักจนต้องพึงยานอนหลับ จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

D’Nite วิตามินที่ช่วยเรื่องการนอนหลับในสบาย คิดค้นโดย ดร.ณิชา มีส่วนผสมของวิตามินและสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น ….

  • สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอรรี่ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น : มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 30-80 เท่า ช่วยต้านรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ต้านริ้วรอยก่อยวัย และยังช่วยสมานริ้วรอยให้ตื้นได้
  • สารสกัดจากเบต้า กลูแคน : สารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันทำให้ไม่เจ็บป่วยง่าย ลดสารที่กระตุ้นที่ทำก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ฟื้นฟูตับอ่อน ชะลมน้ำตาลไม่ให้เข้าสู่เลือดเร็วเกินไป ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดแดง และลดความเครียด ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สารสกัดจากเบต้า กลูแคนที่ดีไนท์ใช้เป็นสารสกัดจากยีสต์ 85% original from USA 
  • สารสกัดจากเห็ดหอม : ช่วยบำรุงระบบสมองและประสาท กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคหวัด ช่วยให้นอนหลับสบาย
  • สารสกัดจากเห็ดไมตาเกะ : ลดระดับน้ำตาลและความดันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ป้องกันเนื้องอกและมะเร็ง มีคุณสมับติช่วยปรับเวลานอน ช่วยให้นอนหลับง่ายและสบายยิ่งขึ้น
  • สารสกัดจากเห็ดหลินจือ : มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย คลายความวิตกกังวล ลดอาการนอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึก นอนฝันร้ายบ่อยๆ ปรับสมดุลการนอนให้ร่างกายสามารถพักผ่อนได้ยาวนานและหลับสนิทมากยิ่งขึ้น

ส่วนผสม D'nite หลับง่ายในซองเดียว

น้ำตาล ตัวการทำให้นอนไม่หลับ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า น้ำตาลหรือความหวานนั้นเป็นตัวการสำคัญที่จะส่งผลให้คุณภาพการนอนแย่ลงได้ เนื่องจากอินซูลินในน้ำตาลนั้นมีปฏิกิริยาระดับฮอร์โมน ส่งผลให้ Growth Hormone ไม่หลั่งหรือหลั่งออกมาน้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ นอกจากนี้อินซูลินออกมาส่งผลให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้เวลาถึงเวลานอนก็ทำให้นอนไม่หลับไม่สนิท ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการทานน้ำตาล 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน

ดีไนท์ มีรสชาติหวานอร่อย ทานง่าย และไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล 100%

วิธีใช้ ดีไนท์ D’Nite ตัวช่วยแก้นอนไม่หลับ ให้หลับลึก หลับสบาย หลับง่ายในซองเดียวดีไนท์ วิตามินช่วยนอนหลับ

นอกจากนี้ ดีไนท์ ยังช่วยปรับการนอนของคุณให้ดีขึ้น ปรับสมดุลทางร่างกายให้ผ่อนคลาย ช่วยให้หลับสบาย หลับสนิทตลอดคืน โดยไม่มีส่วนผสมตัวยาใดๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบประสาทและสมอง

ช่วยฟื้นฟู และบำรุงร่างกายที่อ่อนล้าจากความเครียดสะสม ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตลอดวันและนอนหลับง่ายในตอนกลางคืน เพียงทานวันละ 1 ซองผสมน้ำก่อนเข้านอน มีปริมาณเข้มข้นกว่า ออกฤทธิ์ไวกว่าแบบแคปซูลและแบบเม็ดละลายเร็ว ดื่มง่าย มีรสชาติสตรอว์เบอร์รี่มิกซ์เชอรี่ (Strawberry Mixed Cherry) รสหวานอร่อยแต่ไม่มีน้ำตาล ไขมัน 0%

ดื่มติดต่อกันได้ทุกวัน ไม่ติด ไม่สะสม และไม่มีส่วนผสมของยานอนหลับและเมลาโทนิน  

 

ทำไมถึงไม่ควรกินยานอนหลับ

ถึงแม้ว่ายานอนหลับจะเป็นยาที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทให้ผ่อนคลาย ช่วยลดความตึงเครียดลง แต่เมื่อทานเข้าไปนานๆ ก็มักจะมีอาการดื้อยา จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในบางรายอาจจะเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดจนเสียชีวิตได้
 
ส่วนสารเมลาโทนินนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นฮอร์โมนที่สามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืน เมื่อร่างกายหลั่งสารขนิดนี้ออกมาจะทำให้สมองผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ทำให้นอนหลับสบายขึ้น จึงทำให้นิยมมาใช้ในยานอนหลับและอาหารเสริมช่วยให้หลับ แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้ง่วงนอนตอนกลางวัน หงุดหงิดง่าย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า และอาจจะส่งผลต่อการผลิตอสุจิให้น้อยลง ส่งผลให้มีลูกยาก
 
อย่างไรก็ตามการใช้ยานอนหลับนั้นมีความอันตรายและส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายผู้ใช้ได้ ดังนั้นผู้ใช้ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเองเด็ดขาด ควรจะปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้เท่านั้น
 
แต่หากท่านมีอาการนอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ ต้องการตัวช่วยสำหรับการนอนควรจะเลือกวิตามินที่สกัดจากสารธรรมชาติเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างสะสมในร่างกาย
 
 

รีวิวจากลูกค้า

ดูรีวิวเพิ่มเติม คลิก ดูรีวิวเพิ่มเติม คลิก