fbpx

“การนอนหลับ” ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในของชีวิตของคนเรา เพราะร่างกายของคนเราต้องการการพักผ่อน เพื่อฟื้นฟู และเติมพลังเพื่อให้ตื่นขึ้นมาแล้ว พร้อมรับกับวันใหม่ต่อไป 

เมื่อพูดถึงการนอน หลายคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องทั่วๆไปในชีวิต ไม่ต้องให้ความสำคัญมากก็ได้ เพราะใครๆก็ต้องนอน เมื่อถึงเวลากลางคืน พออยู่บนเตียง หัวถึงหมอน เดี๋ยวก็หลับเอง

ถึงแม้ว่าการนอนหลับ จะดูเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่นอนแบบผิดๆถูกๆ ทั้งที่การนอนควรจะเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ ‘ตามธรรมชาติ’ แต่เพราะการนอนแบบผิดๆ ก็ทำให้สุขภาพร่างกายของหลายๆคน ‘พัง’ มาแล้ว

หลายคนอาจยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอนและยังปฏิบัติเช่นนั้นอยู่เรื่อยมา ความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับการนอนหลับ อาจจะทำให้คุณมีสุขภาพย่ำแย่ได้ง่ายๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้ให้ฟัง แล้วมาเช็คกันดูว่าคุณ… เคยได้ยินหรือเชื่อแบบนี้อยู่หรือไม่?

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอนหลับ

ความเข้าใจผิดที่ 1 : นอนเยอะๆ = พักผ่อนเพียงพอ

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคนเรานอนเพียงเพื่อการพักผ่อนหลังจากทำงานมาเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ซึ่งนั้นก็เป็นความจริง การนอนหลับจะช่วยฟื้นฟูร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน และเติมพลังให้พร้อมรับวันใหม่

แต่ความเข้าใจที่ว่า “ยิ่งนอนมากยิ่งดี” อันนี้ก็ไม่จริงเสมอไป เพราะหากการนอนนั้นไม่มีคุณภาพ นอนหลับไม่ลึกพอ เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกไม่สดชื่น ส่งผลให้ระบบความจำอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้จำอะไรที่เรียนรู้มาไม่ค่อยดีนัก

ดังนั้น “การนอนเยอะๆ “กับ “การนอนให้มีคุณภาพ” จึงไม่เหมือนกัน บางคนนอนเยอะ แต่หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อยๆ แม้จะนอนครบ 7 ชั่วโมง แต่การนอนไม่มีคุณภาพ ก็เท่ากับพักผ่อนไม่เพียงพออยู่ดี 

ในทางกลับกัน แม้จะนอนหลับไม่ถึง 7 ชั่วโมง แต่นอนหลับสนิท หลับลึกตลอดคืน ไม่ตื่นกลางดึก ก็ถือได้ว่าเป็นการนอนที่มีคุณภาพ ช่วยให้ร่างกายพักผ่อนได้อย่างเต็มที่จริงๆ

ความเข้าใจผิดที่ 2 : ฝัน = หลับสนิท

การนอนหลับแล้วฝัน เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากกระบวนการทางสมองที่ทำงานขณะนอนหลับ การฝันบ่งบอกว่าคุณนอนหลับไม่สนิท เพราะสมองยังคงทำงานอยู่แม้ว่าจะหลับไปแล้ว ซึ่งการที่ร่างกายได้พักแต่สมองไม่พัก หากเกิดขึ้นไปนานๆจะทำให้เกิดภาวะพักผ่อนไม่เพียงพอสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้สุขภาพแย่ลง มีโรคอื่นๆแทรกแซงได้

การนอนฝันมักเกิดจากประสบการณ์ที่เราได้รับ การฝันร้ายนั้นมักเกิดจากภาวะความเครียด ความกลัวภายในจิตใจ หรือ สิ่งที่กระทบจิตใจภายในอดีตหรือที่พบเจอในประจำวัน ซึ่งความเครียดโดยไม่รู้ตัวเหล่านี้ส่งผลให้สมองจดจำ ทำให้ก่อให้เกิดฝันร้ายที่เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะตื่นกลางดึกได้

ความเข้าใจผิดที่ 3 : อดนอนวันจันทร์-ศุกร์ แล้วไปชดเชยวันเสาร์อาทิตย์ได้

“นอนดึก ตื่นเช้า” หนึ่งในปัญหายอดฮิตของคนวัยทำงาน ตอนวันทำงานคนส่วนมากจะนอนไม่ค่อยพอ จึงมีความเชื่อเกิดขึ้นมาว่า “นอนไม่พอวันทำงาน เดี๋ยวค่อยไปนอนชดเชยในวันหยุดก็ได้” อาการที่เรานอนไม่พอแล้วต้องนอนชดเชยตามภาษาแพทย์เรียกว่า Sleep Debt หรือ หนี้การนอน
ปัญหาก็คือทุกครั้งที่เรานอนไม่พอร่างกายก็จะพยายามปรับเวลาให้เหมาะกับเวลาเรานอนประจำมากที่สุด ถ้าเวลานอนช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ของเราไม่ตรงกับเวลานอนวันเสาร์อาทิตย์ ร่างกายก็จะรู้สึกสับสนและต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั้นยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย
วิธีการนอนชดเชยโดยไม่ทำร้ายตารางเวลาร่างกายก็คือการแอบงีบตอนกลางวัน การแอบงีบจะไม่ทำให้ตารางร่างกายเปลี่ยน แถมร่างกายยังได้รับการพักผ่อนเพิ่มเติม ทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นด้วย
แต่แน่นอนว่าคุณก็ไม่ควรงีบเยอะเกินไปเพราะนอกจากจะทำให้มีปัญหากับหัวหน้าแล้ว ยังจะไปรบกวนการนอนตอนกลางคืนอีกด้วย

ความเข้าใจผิดที่ 4 : ถ้านอนไม่หลับ ก็ขอให้อยู่บนเตียง เดี๋ยวก็หลับเอง

นี่เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่หลายๆคนเคยได้ยิน และถูกบอกมาแบบนี้ แต่ในความเป็นจริง หากอยู่บนเตียงแล้วไม่หลับภายใน 15 นาที ควรลุกไปหาอย่างอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจนรู้สึกง่วงเองแล้วค่อยนอนยังดีซะกว่า

ไม่ควรพยายามฝืนนอนหลับ เพราะจะทำให้สมองเกิดภาวะเครียดและจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาทำให้ยิ่งตื่นตัวและนอนไม่หลับไปใหญ่

หากรู้สึกนอนไม่หลับจริงๆ ให้ลุกขึ้นมาจากที่นอน แล้วเดินไปเดินมาทำกายบริการเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายประมาณ 5 – 10 นาทีแล้วค่อยกลับไปนอนอีกครั้ง

ความเข้าใจผิดที่ 5 : ไม่สำคัญว่านอนกี่โมง ขอให้ครบ 7 ชั่วโมงก็พอ

ร่างกายของมนุษย์มีนาฬิกาเฉพาะตัวอยู่ ซึ่งนาฬิกาตัวนี้จะบอกว่าเวลาไหนควรที่จะนอนและเวลาไหนควรที่จะออกไปข้างนอก

ถึงแม้ว่าจะมีการกล่าวว่า การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7 ชั่วโมงขึ้นไป แต่ในการนอนหลับให้ครบจำนวนชั่วโมงนั้นไม่ได้หมายความว่า จะสามารถเข้านอนเวลาไหนก็ให้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน

เนื่องจากในกระบวนการณ์ฟื้นฟูร่างกายของคนเรานั้น ในช่วงเวลาเราหลับจะมีฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone : GH) ซึ่งมึหน้าที่สำคัญในการซ่อมแซมกระดูกและเพิ่มขยายขนาดของกระดูกให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะหลั่งออกมาเป็นเวลาก้คือ 22.00-02.00 น. และจะหลั่งออกมาเฉพาะตอนที่ร่างกายอยู่ในภาวะหลับสนิทแล้วเท่านั้น

สำหรับใครที่มักจะนอนดึกหรือนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายจนเวลาเลยเที่ยงคืนเป็นประจำนั้น จะส่งผลให้ช่วงเวลาที่สมองหลั่งฮอร์โมนนี้ลดลง ทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูน้อยลงนั้นเอง

ความเข้าใจผิดที่ 6 : การนอนกรน = หลับสนิท

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าการนอนกรนนั้น คือภาวะหลับลึก ร่างกายนอนหลับสนิท ซึ่งความเป็นจริงแล้วการนอนกรนไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพการนอน

แต่เกิดจากภาวะภายในร่างกายที่เกิดการสั่นของอวัยวะภายบริเวณระบบทางเดินหายใจขณะที่หลับ ซึ่งการนอนกรนนั้นสามารถบ่งบอกต่อปัญหาสุขภาพได้เพราะบางคนอาจเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดังนั้นควรเข้ารับคำแนะนำและปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ความเข้าใจผิดที่ 7 : ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนจะช่วยทำให้คุณหลับสบายยิ่งขึ้น

บางคนอาจจะพึ่งไวน์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักแก้วก่อนเข้านอน เพื่อช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น แต่ความจริงแล้วการนอนด้วยอาศัยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นั้นไม่ได้เป็นการนอนแบบมีคุณภาพ

เนื่องจากเป็นการหลับที่ร่างกายหลับแต่สมองยังคงทำงานอยู่ ทำให้เกิดภาวะนอนหลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ นอกจากนี้แอลกอฮอล์เป็นยาขับปัสสาวะอย่างดี นั้นอาจทำให้ต้องการตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ซึ่งการต้องตื่นกลางดึกบ่อยๆมีผลต่อคุณภาพการนอนอย่างแน่นอน

ดังนั้นใครที่เลือกใช้วิธีการดื่มเพื่อให้หลับ ลองหาทางอื่นจะดีกว่านะคะ 

ความเข้าใจผิดที่ 8 : เราสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ แม้นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง/วัน

สำหรับคนวัยทำงาน การเอาเวลานอนไปแลกกับการทำอย่างอื่น อาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การพักผ่อนน้อยจะส่งผลเสียอย่างมากต่อสุขภาพในระยะยาว มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ทั้งเรื่องของโรคภัยอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ที่อาจจะเกิดขึ้น และอายุที่สั้นลง

ระยะเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม เราต้องพักผ่อนวันละ 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน การมีระยะเวลาพักผ่อนที่นาน จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหานอนแบบหลับๆตื่นๆ หลับไม่สนิท ที่ถือว่าเป็นการนอนไม่มีคุณภาพ 

แต่สำหรับผู้ที่มีภารกิจในแต่ละวันเยอะ ต้องเอาเวลานอนพักผ่อนแลก ก็ควรนอนอย่างน้อย 5 – 6 ชั่วโมง โดยต้องทำให้การนอนนั้นมีคุณภาพ คือต้องหลับสนิท หลับลึกจริงๆ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้สุขภาพดีได้

ความเข้าใจผิดที่ 9 : การนอนดูโทรทัศน์บนเตียงก่อนเข้านอนช่วยให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด และทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าการหากิจกรรมทำก่อนนอนเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายจะเป็นเรื่องที่ดี แต่การดูโทรทัศน์ รวมไปถึงการเล่นโทรศัทพ์มือถือก่อนนอนถือเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากแสงสีฟ้าจากจอโทรทัศน์และโทรศัทพ์มือถือนั้นจะเข้าไปรบกวนฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้ไม่ง่วงและนอนหลับยากขึ้น บางรายการอาจจะเครียดเกินไปจนแทนที่คุณจะได้พักผ่อน คุณกลับต้องมาปวดหัวแทน

นอกจากนี้สื่อที่เราชมก่อนอนนั้นอาจจะทำให้สมองเกิดภาพจำ หรือทำให้สมองตื่นตัวจนทำให้ทำงานคิดตามตลอดเวลาทำให้นอนไม่หลับอีกด้วยค่ะ หากต้องการหากิจกรรมทำก่อนนอนเพื่อให้ผ่อนคลายจริงๆ ให้ลองใช้น้ำมันหอมละเหย หรืออ่านหนังสือจะดีกว่า

ความเข้าใจผิดที่ 10 : การกดเลื่อนนาฬิกาปลุกจะทำให้คุณนอนพักผ่อนได้มากขึ้น

การกดเลื่อนนาฬิกาปลุกนั้นถึงแม้ว่าจะช่วยให้พักผ่อนเพิ่มอีกนิดหน่อยเหมือนได้พักผ่อนเพิ่ม แต่ทราบหรือไม่ว่า การกระทำนั้นอาจจะส่งผลให้สมองมีความสับสน เพราะสมองถูกปลุกขึ้นมาจากการนอนแล้ว และเมื่อเรากดเลื่อนการปลุกแล้วนอนต่อจะเป็นการบังคับให้สมองเข้าสู่โหมดการนอนหลับอีกครั้ง หากทำบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายไม่สดชื่น อารมณ์แปรปรวน สมาธิสั้นได้ และไม่กระปรี้กระเปร่า

การเลื่อนนาฬิกาปลุกอาจต่อเวลาให้อยู่บนเตียงต่อได้ แต่มันกลับให้การนอนที่มีคุณภาพต่ำมาก ไม่พอ! มันจะยิ่งทำให้เพลียมากกว่าเดิมอีกด้วย

เพราะฉะนั้นวิธีแก้ไขก็คือ เมื่อนาฬิกาปลุกรอบแรกดังขึ้น อย่ากดเลื่อน! ลุกขึ้นจากเตียง ออกไปเปิดหน้าต่างรับแสงแดด แล้วเตรียมตัวไปทำงาน มันจะทำให้คุณสดชื่นขึ้นมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ความเข้าใจผิดที่ 11 : การนอนน้อย อดนอน “ไม่อันตราย”

ความเข้าใจผิดเรื่องนี้ เป็นข้อที่ต้องระวังที่สุด โดยเฉพาะคนที่บ้างานแบบที่เรียกว่า วันนึงมี 24 ชั่วโมง ทำงาน 20 ที่เหลือนอน แถมทำมาสิบปีก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ส่วนมากจะเกิดกับคนวัยทำงานอายุระหว่าง 25-40 เพราะร่างกายยังเอื้ออำนวย
โดยปกติแล้วการนอนน้อยมักมีสาเหตุจากมีสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ มีภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำให้เสร็จในแต่ละวัน ส่งผลให้ช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนลดลง และในกลุ่มคนที่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ มักจะมีภาวะเครียดสะสม ที่ยิ่งส่งผลให้คุณภาพการนอนต่ำ เนื่องจากระยะเวลานอนน้อย และมักนอนหลับไม่สนิท
ในช่วงที่ยังหนุ่มยังสาว หลายๆคนอาจทนต่อพฤติกรรมเหล่านี้ได้ แต่ยิ่งอายุมากขึ้น การนอนน้อยเกินไป จะเริ่มส่งผลออกมา เช่น โรคซึมเศร้า และอื่นๆ อีกมากมาย ชั่วโมงการนอนที่กำลังดี ก็คือ 6-7 ชั่วโมงนั่นเอง
หลายคนมีความเชื่อว่า ต่อให้อดนอน หรือนอนน้อย แต่ถ้านอนหลับสนิท ประมาณ 4-5 ชั่วโมงต่อวันก็ถือว่าได้พักผ่อนแล้ว ความเชื่อนี้เป็นสิ่งที่ผิดมากเนื่องจากร่างกายจำเป็นจะต้องใช้การนอนหลับในการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงการหลั่งของของฮอร์โมนบางชนิดที่จะหลั่งออกมาเฉพาะตอนที่ร่างกายเข้าสู่โหมดนอนหลับเท่านั้น
การอดนอนหรือนอนหลับไม่พอบ่อยๆ จะส่งผลให้ร่างกายมีความแปรปรวน มีผลต่อสุขภาพระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคเบาหวาน
นอกจากนี้การอดนอนทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานบกพร่อง ส่งผลให้อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย มีอาการหูแว่ว เกิดภาพหลอน มีความวิตกกังวล ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหรือในบางครั้งก็มีความสนุกสนานผิดปกติ และยังเสี่ยงต่ออาการหลับใน (microsleep) ที่อาจะทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตหากกำลังขับรถ

อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ

ถือเป็นอาการยอดฮิตที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย

เนื่องจากสาเหตุที่หลากหลายเช่น ความเครียด คิดมากและการขาดสารอาหารบางชนิด

ซึ่งสามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ไปจนถึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้

สาเหตุของการนอนไม่หลับเกิดจากอะไร?

  1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ห้องอุณหภูมิต่ำหรือสูงเกินไป มีเสียงดังรบกวน สว่างจนเกินไป หรือคับแคบเกินไป
  2. ที่นอนไม่เหมาะสม เช่น ที่นอนแข็งเกินไป หรือนิ่มจนเกินไป ก่อให้เกิดปัญหาปวดหลัง , หมอนสูงเกินไปทำให้ปวดคอ
  3. ภาวะเครียดสะสม ส่งผลให้นอนไม่ค่อยหลับ
  4. ดื่มชา-กาแฟ เพราะได้รับปริมาณคาเฟอีนสูงส่งผลรบกวนการนอนหลับ
  5. ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้หลับเป็นประจำ ทำให้ร่างกายคุ้นชินกับแอลกอฮอล์
  6. นอนหลับฝันร้ายหรือนอนละเมอเป็นประจำ สำหรับคนที่มักจะมีอาการนี้บ่อยๆ ควรจะปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญค่ะ
  7. สายงานอาชีพที่ทำงานเป็นกะเวลา อย่าง พยาบาล ยาม ที่ทำให้ร่างกายไม่คุ้นชินกับการนอนในเวลาปกติ

ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

D’Nite ตัวช่วยให้นอนหลับสบาย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

หากคุณมีปัญหาเหล่านี้… ให้ D’Nite เป็นตัวช่วยเรื่องการนอนหลับของคุณสิคะ รับรองว่า ปัญหาการนอนไม่ค่อยหลับ กระสับกระส่าย นอนหลับไม่ค่อยสนิท นอนไม่พอ อ่อนเพลียตลอดทั้งวัน มีปัญหาหนักจนต้องพึงยานอนหลับ จะดีขึ้นอย่างแน่นอน

D’Nite วิตามินที่ช่วยเรื่องการนอนหลับในสบาย คิดค้นโดย ดร.ณิชา มีส่วนผสมของวิตามินและสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น ….

  • สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอรรี่ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น : มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 30-80 เท่า ช่วยต้านรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ต้านริ้วรอยก่อยวัย และยังช่วยสมานริ้วรอยให้ตื้นได้
  • สารสกัดจากเบต้า กลูแคน : สารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันทำให้ไม่เจ็บป่วยง่าย ลดสารที่กระตุ้นที่ทำก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ฟื้นฟูตับอ่อน ชะลมน้ำตาลไม่ให้เข้าสู่เลือดเร็วเกินไป ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดแดง และลดความเครียด ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สารสกัดจากเบต้า กลูแคนที่ดีไนท์ใช้เป็นสารสกัดจากยีสต์ 85% original from USA 
  • สารสกัดจากเห็ดหอม : ช่วยบำรุงระบบสมองและประสาท กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคหวัด ช่วยให้นอนหลับสบาย
  • สารสกัดจากเห็ดไมตาเกะ : ลดระดับน้ำตาลและความดันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ป้องกันเนื้องอกและมะเร็ง มีคุณสมับติช่วยปรับเวลานอน ช่วยให้นอนหลับง่ายและสบายยิ่งขึ้น
  • สารสกัดจากเห็ดหลินจือ : มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย คลายความวิตกกังวล ลดอาการนอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึก นอนฝันร้ายบ่อยๆ ปรับสมดุลการนอนให้ร่างกายสามารถพักผ่อนได้ยาวนานและหลับสนิทมากยิ่งขึ้น

ส่วนผสม D'nite หลับง่ายในซองเดียว

น้ำตาล ตัวการทำให้นอนไม่หลับ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า น้ำตาลหรือความหวานนั้นเป็นตัวการสำคัญที่จะส่งผลให้คุณภาพการนอนแย่ลงได้ เนื่องจากอินซูลินในน้ำตาลนั้นมีปฏิกิริยาระดับฮอร์โมน ส่งผลให้ Growth Hormone ไม่หลั่งหรือหลั่งออกมาน้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ นอกจากนี้อินซูลินออกมาส่งผลให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้เวลาถึงเวลานอนก็ทำให้นอนไม่หลับไม่สนิท ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการทานน้ำตาล 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน

ดีไนท์ มีรสชาติหวานอร่อย ทานง่าย และไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล 100%

วิธีใช้ ดีไนท์ D’Nite ตัวช่วยแก้นอนไม่หลับ ให้หลับลึก หลับสบาย หลับง่ายในซองเดียวดีไนท์ วิตามินช่วยนอนหลับ

นอกจากนี้ ดีไนท์ ยังช่วยปรับการนอนของคุณให้ดีขึ้น ปรับสมดุลทางร่างกายให้ผ่อนคลาย ช่วยให้หลับสบาย หลับสนิทตลอดคืน โดยไม่มีส่วนผสมตัวยาใดๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบประสาทและสมอง

ช่วยฟื้นฟู และบำรุงร่างกายที่อ่อนล้าจากความเครียดสะสม ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตลอดวันและนอนหลับง่ายในตอนกลางคืน เพียงทานวันละ 1 ซองผสมน้ำก่อนเข้านอน มีปริมาณเข้มข้นกว่า ออกฤทธิ์ไวกว่าแบบแคปซูลและแบบเม็ดละลายเร็ว ดื่มง่าย มีรสชาติสตรอว์เบอร์รี่มิกซ์เชอรี่ (Strawberry Mixed Cherry) รสหวานอร่อยแต่ไม่มีน้ำตาล ไขมัน 0%

ดื่มติดต่อกันได้ทุกวัน ไม่ติด ไม่สะสม และไม่มีส่วนผสมของยานอนหลับและเมลาโทนิน  

ทำไมถึงไม่ควรกินยานอนหลับ

ถึงแม้ว่ายานอนหลับจะเป็นยาที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทให้ผ่อนคลาย ช่วยลดความตึงเครียดลง แต่เมื่อทานเข้าไปนานๆ ก็มักจะมีอาการดื้อยา จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในบางรายอาจจะเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดจนเสียชีวิตได้
ส่วนสารเมลาโทนินนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นฮอร์โมนที่สามารถสร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืน เมื่อร่างกายหลั่งสารขนิดนี้ออกมาจะทำให้สมองผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ทำให้นอนหลับสบายขึ้น จึงทำให้นิยมมาใช้ในยานอนหลับและอาหารเสริมช่วยให้หลับ แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้ง่วงนอนตอนกลางวัน หงุดหงิดง่าย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า และอาจจะส่งผลต่อการผลิตอสุจิให้น้อยลง ส่งผลให้มีลูกยาก
อย่างไรก็ตามการใช้ยานอนหลับนั้นมีความอันตรายและส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายผู้ใช้ได้ ดังนั้นผู้ใช้ไม่ควรซื้อยานอนหลับมารับประทานเองเด็ดขาด ควรจะปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้เท่านั้น
แต่หากท่านมีอาการนอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ ต้องการตัวช่วยสำหรับการนอนควรจะเลือกวิตามินที่สกัดจากสารธรรมชาติเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างสะสมในร่างกาย

รีวิวจากลูกค้า

ดูรีวิวเพิ่มเติม คลิก ดูรีวิวเพิ่มเติม คลิก